VARพาปืนรอด! แมนยูแต้มหล่น-โอบาเมย็องซัดพาอาร์เซน่อลบุกเจ๊า

“ปีศาจแดง” ชวดคว้าชัยในบ้านหลังมีโอกาสมากกว่า แถมได้ประตูขึ้นนำจาก สกอตต์ แม็คโทมิเน่ย์ ทว่าครึ่งหลังแนวรับมาเล่นกันพลาด แถม อาร์เซน่อล ได้ VAR ช่วยให้ลูกยิงของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เป็นประตูส่งผลให้บุกมาเสมอ 1-1 ส่งผลให้ แมนฯยูไนเต็ดมีเพิ่มเป็น 9 คะแนนรั้งอันดับ 10 ส่วนไอ้ปืนใหญ่รั้งอันดับ 4 มี 12 คะแนนเท่ากับขุนค้อนแต่ลูกได้เสียดีกว่า
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ศึกพรีเมียร์ลีก มันเดย์ ไนท์ ประจำวันจันทร์ที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาเป็นคู่บิ๊กแมตช์ของ นัดที่ 7 ระหว่างเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เกมที่แล้วบุกไปพ่าย เวสต์แฮม 0-2 กลับมาเฝ้ารังเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ อาร์เซน่อล ที่แมตช์ล่าสุดโกงความตายเฉือนแอสตัน วิลล่า มาหืดจับ 3-2

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ “ปีศาจแดง” เกมนี้ข่าวดีคือได้ ปอล ป็อกบา และมาร์คัด แรชฟอร์ด ผ่านความฟิตลงสนามเป็นตัวจริง ทว่าจะไร้ อารอน วาน-บิสซาก้า ที่บาดเจ็บ ส่วนทางฝั่ง “ปืนใหญ่” ของ อูไน เอเมรี่ เกมนี้ส่งไอ้หนู บากาโย่ ซาก้าวัย 18 ปี ทำเกมรุกร่วมกับ นิโกล่าส์ เปเป้ และปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

โดยก่อนเกมมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เจ้าถิ่นพอเริ่มตั้งเกมได้เริ่มกดดันทางฝั่งขวาของไอ้ปืนใหญ่ นาที 8 แดเนี่ยล เจมส์ กระชากถึงเส้นหลังก่อนปาดเข้ากรอบ 6 หลาแบบได้เสียวแต่ดีที่ ดาวิด ลุยซ์ ยังตามมาล้มตัวเคลียร์ไปได้ทัน อีกสองนาทีต่อมา คาลั่ม แชมเบอร์ส ต้องโดนใบเหลืองแรกของเกมหลังไปขวางจังหวะสวนกลับของ เจมส์

นาที 29 “ปีศาจแดง” เกือบได้ชิงขึ้นนำก่อนเลย หลัง อันเดรียส เปเรยร่า โชว์ลีลากระชากบอลจากขวาตัดเข้ากลางหนีทั้ง เก็นดูซี่ ก่อนล็อคหนี ดาวิด ลุยซ์ แล้วอัดด้วยซ้ายทว่าบอลพุ่งไม่ห่างมือ แบร์นด์ เลโน่ ก่อนตามตะครุบบอลไว้ได้

อีกนาทีต่อมา ไอ้ปืนใหญ่มีลุ้นบ้าง บอลสวนกลับ บากาโย่ ซาก้า ไหลบอลนิ่มๆให้ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่หลุดโล่งๆทางขวาแต่อดีตดาวเตะลีลล์ดันยิงด้วยซ้ายเหินคานออกไปชนิดไม่ได้ลุ้น

เกมเริ่มเดือดขึ้น นาที 32 ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ แจกใบเหลืองให้ อันเดรียส เปเรยร่า เป็นคนที่สองของเจ้าถิ่นต่อจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด หลังไปหยุดเสียบ มัตเตโอ เก็นดูซี่ อย่างน่าเกลียด

นาที 36 เป็นโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของไอ้ปืนใหญ่ หลัง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ตักบอลไปเสาสองให้ เปเป้ ที่ยืนเดี่ยวๆจับบอลลงก่อนอัดด้วยซ้ายเสาแรกทว่าบอลยังเบาไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา

ท้ายเกม นาที 42 ป็อกบา แย่งบอลได้จาก เก็นดูซี่ ก่อนจะแทงบอลทะลุให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปแต่จังหวะสุดท้ายช้าไปโดน โซคราติส วิ่งมาเบียดก่อนบอลไปเข้ามือ เลโน่

บอลแลกกันสนุก สองนาทีต่อมาไอ้หนู ซาก้า หลุดเข้าไปดวลกับ แม็กไกวร์ ก่อนจะหวดด้วยซ้ายเล่นทางทว่า ดาบิด เด เคอา ยังไวพุ่งปัดปลายมือ บอลมาเข้าทาง เก็นดูซี่ ตามอัดด้วยขวามุมแคบแต่ เด เคอา ยังไวตามมปิดมุมบล็อคลูกไว้ทัน

นาที 45 แฟนบอลเจ้าถิ่นเฮกันลั่นทั่วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลัง “ปีศาจแดง” มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 มาร์คัส แรชฟอร์ด ไหลบอลเข้ากลางให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ตั้งป้อมซัดด้วยขวาบอลพุ่งแรงแหวกอากาศกระทบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ชนิดที่แบร์นด์ เลโน่ ได้แต่ยืนมอง ก่อนที่ครึ่งแรกจะจบลงด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง อาร์เซน่อล เปิดเกมรุกโหมใส่แต่ต้นเกม นาที 52 เกือบได้ลุ้นตีเสมอ โอบาเมย็อง ครอสมาเสาแรกให้ ลูคัส ตอร์เรยร่า ยิงไม่ดีบอลกดพื้นก่อนเข้ามือ เด เคอา และเป็นแอ็คชั่นสุดท้ายก่อนที่ ตอร์เรยร่า จะโดนเปลี่ยนตัวออก ในนาที 55 ก่อนส่ง ดานี่ เซบายอส ลงมาเล่นแทน

นาที 58 จนแล้วจนรอด แนวรับผีแดงมาเล่นกันพลาด หลังไอ้หนู ซาก้า จ่ายบอลเร็วทะลุให้ โอบาเมย็อง หลุดเข้าไปยิงผ่านตัว เค เคอา เข้าไป แม้จังหวะแรกไลน์แมนจะยกธงเป็นล้ำหน้า แต่หลัง เควิน เฟรนด์ ผู้ตัดสินกลางสนามเช็กสัญญาณจาก
ห้อง VAR ก่อนจะยืนยันให้เป็นประตูเนื่องจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เช็กไลน์พลาดทำให้โอบาเมย็องไม่ล้ำหน้า ส่งผลให้สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1

นาที 73 แม็กไกวร์ท เกือบแก้ตัวได้หลังรับบอลจาก เปเรยร่า นอกกรอบแล้วซัดด้วยขวาสุดแรงบอลพุ่งเสาแรกจน แบร์นด์ เลโน่ ต้องพุ่งปัดออกไป

ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 90+1 มาร์คัส แรชฟอร์ด ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษบอลอ้อมกำแพงไอ้ปืนใหญ่ไปแล้วแต่ แบร์นด์ เลโน่ ยังไวพุ่งปัดบอลออกไปหวุดหวิด แถมอีกนาทีต่อมา อาร์เซน่อล เกือบได้ลุ้นประตูชัยบ้าง แต่ลูกยิงของ รีสส์ เนลสัน ดันบอลไปเลยไปเข้ามือ เด เคอา รับได้สบาย

จบเกม แมนฯยูฯ เสมอกับ อาร์เซน่อล แบบสนุก 1-1 แบ่งแต้มกันไป ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” รั้งอันดับ 10 ผ่านไป 7 นัด เก็บได้ 9 คะแนน ขณะที่อาร์เซน่อลมีหนึ่งคะแนนเพิ่มเป็น 12 แต้ม เท่ากับเวสต์แฮมแต่ลูกได้เสียดีกว่า ทำให้รั้งอันดับ 4

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-3-3) : ดาบิด เด เคอา – อั๊กเซล ตวนเซเบ้, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา – อันเดรียส เปเรยร่า (เมสัน กรีนวู้ด น.74), เจสซี่ ลินการ์ด (เฟร็ด น.74), แดเนียล เจมส์ – มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : แบร์นด์ เลโน่ – คาลั่ม แชมเบอร์ส, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – มัตเตโอ เก็นดูซี่, กรานิต ชาคา, ลูคัส ตอร์เรยร่า (ดานี่ เซบายอส น.55) – นิโกล่าส์ เปเป้ (รีสส์ เนลสัน น.74), ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, บูกาโย่ ซาก้า (โจ วิลล็อค น.80)

ผู้จัดการทีม : อูไน เอเมอรี่

ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์